×
ค้นหา
EveryThaiStudent.com
ค้นหาเรื่องพระเจ้าและคำถามในชีวิต
ถาม&ตอบ

พระเยซูและอิสลาม

สิ่งต่อไปนี้ คือคำถามที่ผู้ติดตามศาสนาอิสลามและคนอื่นๆ มักจะถามเกี่ยวกับพระเยซู…

WhatsApp Share Facebook Share Twitter Share Share by Email More PDF
 ผม มีคำถาม หรือ ความคิดเห็น
 วิธีที่จะเริ่มต้นมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า

การถอดเสียงวิดีโอ

สิ่งต่อไปนี้ คือคำถามที่ผู้คนมักจะถามเกี่ยวกับพระเยซู…

การนำเสนอต่อไปนี้เป็นการนำเสนอความจริงเพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องราวข้อเท็จจริงของพระเยซู ไม่ใช่การท้าทาย และไม่มีการวิพากวิจารณ์ศาสนาอื่นๆในทางใดทางหนึ่ง

นี่คือการตอบคำถาม 6 คำถามสำหรับวีดีโอนี้

คำถามที่ 1 พระคัมภีร์เป็นพระคำของพระเจ้าจริงหรือ? หรือว่าพระคัมภีร์ ถูกเปลี่ยนแปลง และทำให้เสื่อมไป ตามกาละและเวลา?

มีคำกล่าวเกี่ยวกับพระคำของพระเจ้าที่เราพบได้ ในพระคัมภีร์ ว่า “... ตราบใดที่ฟ้าและดินดำรงอยู่ แม้ อักษรหนึ่ง หรือขีดๆหนึ่ง ก็จะไม่สูญไปจากธรรมบัญญัติ จนกว่าสิ่งที่ต้องเกิด ได้เกิดขึ้นแล้ว” ซึ่งหมายความว่า พระคำของพระเจ้าจะไม่สูญหายไป ทุกอย่างที่ปรากฎอยู่ ในพระคำของพระเจ้าจะต้องสำเร็จทั้งหมดทั้งสิ้น และมีการกล่าวถึงพระคำของพระเจ้าอีกในหลายๆบทความ เช่น “หญ้านั้นก็เหี่ยวแห้ง ดอกไม้นั้นก็ร่วงโรยไป แต่พระวจนะของพระเจ้าของเรา จะยั่งยืนอยู่เป็นนิตย์” ถ้าคุณมีคำถามว่า “พระเจ้าทรงสามารถที่จะปกป้องพระคำของพระองค์ได้หรือไม่? พระเจ้าทรงมีความสามารถที่จะทำได้ไหม?” คำตอบคือ ใช่ อย่างแน่นอน นี่คือพระคำของพระองค์ที่มีมาถึงคนทุกคน จริงๆแล้วไม่มีสิ่งใดถูกเปลี่ยนแปลงไป ยกตัวอย่างพระคัมภีร์ อัล กุรอาน ไม่ได้บอกว่าพระคริสตธรรมคัมภีร์ถูกเปลี่ยนแปลง แต่เป็นไปในทางกลับกันพระคัมภีร์อัล กุรอานให้เกียรติแก่ คัมภีร์หมวดเบญจบรรณ และพระคริสตธรรมคัมภีร์ อัล กุรอานก็กล่าวถึงหมวดเบญจบรรณ และ “ซาเบอร์” และ”อินยิล” ด้วยหลายต่อหลายครั้ง สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำก็คือแค่เปรียบเทียบพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับปัจจุบันนี้ กับฉบับที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อนานมาแล้วก็เท่านั้น คุณสามารถที่จะพบพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ฉบับสมบูรณ์ได้ทั้งในพิพิธภัณฑ์ในกรุงลอนดอน ในนครวาติกัน และในหลายที่หลายแห่งได้ ถ้าคุณได้ เปรียบเทียบพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับปัจจุบันและฉบับต่างๆของปีค.ศ 300 แล้วคุณจะได้พบว่าฉบับปัจจุบันนั้นเหมือนกันกับฉบับเก่าแก่เหล่านั้น นักประวัติศาสตร์ได้ทำการเปรียบเทียบฉบับคัดลอกเหล่านี้แล้วให้ข้อสรุป ได้ว่า พระคริสตธรรมคัมภีร์ใหม่ฉบับที่เรามีปัจจุบันนี้ มีความถูกต้องแม่นยำถึง 99.5% ของฉบับดั้งเดิม โดยทั้งหมดที่กล่าวมาสรุปแล้วว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆในพระคริสตธรรมคัมภีร์ โดย.5% นั้นเป็นการสะกดคำผิดแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหมายของคำเปลี่ยนไป แล้วยิ่งกว่านั้น พระคัมภีร์ถูกเขียนขึ้นในภาษาฮีบรูและกรีก ไม่ว่าพระคัมภีร์ที่ถูกแปลนั้นจะจัดพิมพ์ขึ้นในปีใดก็ตาม ฉบับแปลนั้นจะต้องมาจากต้นฉบับที่เป็นภาษาฮีบรูและกรีกเสมอ

คำถามที่ 2 พระเจ้าได้ตรัสจริงหรือว่า ศาสนาหนึ่งจะมาแทนที่ศาสนาอื่นๆ?

คำตอบคือ ไม่ใช่ พระเจ้านั้นมีความเสมอต้นเสมอปลาย พระองค์ไม่เคยทรงสนพระทัยในการก่อตั้งศาสนาเลย ให้เรามาดูตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อทรงสร้างอาดัมและเอวากัน พวกเขามีการสื่อสารกับพระเจ้าโดยตรง และ ในความจำเป็นทุกอย่างที่เขาต้องการพระเจ้าก็ทรงจัดหาให้ จากนั้นซาตานก็ปรากฎแก่พวกเขาในรูปลักษณ์ของงู และได้ทดลองพวกเขา โดยพวกเขาเลือกที่จะเชื่อซาตานและไม่เชื่อฟังสิ่งที่พระเจ้าตรัสสั่งพวกเขา และผลจากการกระทำนั้น ทำให้พวกเขาขาดความสัมพันธ์ที่มีกับพระเจ้าและพระเจ้าได้ตรัสกับซาตานว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นว่า “บุตรชายของหญิงนั้นจะเป็นศัตรูกับซาตาน” พระเจ้าได้ตรัสว่าซาตานจะมีชัยชนะบ้างบางส่วน โดยการทำให้ส้นเท้าของเด็กคนนั้นฟกช้ำ แต่บุตรคนนั้นจะต่อสู้จนถึงที่สุดแล้วได้ชัยชนะ บดขยี้หัวของซาตานให้แหลกไป นี่คือสิ่งพระคริสตธรรมคัมภีร์บันทึกไว้ มีคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ ซาตานได้กระทำให้พระเยซูฟกช้ำที่บนไม้กางเขน เมื่อมือและเท้าของพระองค์ถูกตอกตรึงด้วยตะปู แต่พระเยซูก็ได้ทรงเอาชนะการประทุษร้ายของซาตาน บนกางเขนพระเยซูทรงเอาชนะซาตานได้ พระเยซูทรงจ่ายโทษความบาปแทนมนุษยชาติ ทรงประทานการอภัยโทษบาปให้แก่ทุกคน และทรงเป็นหนทางที่เราจะได้กลับสู่ความสัมพันธ์กับพระเจ้า

คำถามที่ 3 การที่จะพูดว่าพระเจ้าทรงมีพระบุตรนั้น ไม่เป็นการหมิ่นประมาทพระองค์หรือ?

พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ และพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าในความหมายฝ่ายจิตวิญญาณเท่านั้นไม่ใช่ตาม ความหมายทางฝ่ายร่างกาย การที่จะพูดว่า พระเยซูทรงเป็นบุตรของพระเจ้า หมายถึงว่า พระเยซู ทรงมาจากพระเจ้า มันเหมือนกับคำเรียก เมื่อทูตสวรรค์ ปรากฏแก่มารีย์ ทูตสวรรค์กล่าวว่า “องค์บริสุทธิ์นั้นจะ ได้ชื่อว่า เป็นพระบุตรของพระเจ้า” ซึ่งเป็นเหมือนกับคำเรียกคริสเตียนไม่เชื่อว่าพระเจ้าทรงมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงคนใด พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงมาเป็นมนุษย์โดยทางนางมารีย์ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าและพระบุตรในเวลา เดียวกัน ซึ่งทรงถือกำเนิดจากสาวพรหมจรรย์

แล้วทำไมพระเจ้าจึงอนุญาตให้พระเยซูทรงถือกำเนิดจากมารีย์หญิงพรหมจารีย์ล่ะ? การที่ทรงถือกำเนิดจากผู้หญิง ไม่ใช่จากผู้หญิงและผู้ชาย หมายถึงว่า พระองค์ไม่ได้ทรงรับธรรมชาติของ ความผิดบาปจากอาดัมและเอวา ครั้งเมื่ออาดัมและเอวา ตกลงในความบาปนั้น พวกเขาได้ส่งผ่านธรรมชาติ ของความบาป จากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งโดยผ่านทางลูกหลานของพวกเขาจนมาถึงพวกเรา เราทุกคนเกิดมาจากคนบาป พวกเราเกิดมามีแนวโน้มที่จะทำสิ่งที่เราอยากทำมากกว่าสิ่งที่พระเจ้าต้องการ นั่นทำให้ผู้เผยพระวจนะดาวิดได้ร้องครวญว่า “มารดาของข้าพเจ้า ตั้งครรภ์ข้าพเจ้าในความบาป เราทุกคนเกิดขึ้นมาพร้อมด้วยความบาป เรามีชีวิตอย่างคนบาป และเราทุกคน จำเป็นต้องมีพระผู้ไถ่ให้รอด” แต่ในการที่พระเยซูจะทรงสามารถไถ่เราได้นั้น พระองค์ทรงจำเป็นต้องถือกำเนิดมาโดยพระวิญญาณของพระเจ้า คือองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์ทรงไม่มีความบาปใดๆทั้งสิ้น “ในพระองค์ไม่มีการหลอกลวง”

คำถามที่ 4 พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์จริงบนไม้กางเขนหรือไม่?

พระองค์บอกให้ อับราฮัมวางบุตรชายของตนไว้บนแท่นบูชา ในขณะที่ พวกเขากำลังเดินขึ้นภูเขาไปด้วยกันนั้น บุตรชายได้ถาม ว่า “เครื่องเผาบูชานั้นอยู่ที่ไหน?” อับราฮัมตอบว่า “พระเจ้าจะทรงจัดหาลูกแกะสำหรับพระองค์เองเป็น เครื่องเผาบูชา” และพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมลูกแกะ สำหรับถวายบูชาเอง และอับราฮัมก็ได้ถวายมันเป็น เครื่องเผาบูชาแด่พระเจ้า พระเจ้าทรงไว้ชีวิต พระองค์ทรงรักษาชีวิตบุตรชายของอับราฮัมไว้โดยลูกแกะหนึ่งตัวนั้น และต่อมาในพระธรรมอพยพ พระเจ้าได้ทรง เตือนประชากรของพระองค์ว่า พระองค์จะทรงตีชาวอียิปต์ ถ้าประชาชนผู้ซึ่งเชื่อในพระเจ้าจะเอาเลือดของ ลูกแกะทาเอาไว้ที่วงกบประตูบ้านของตนเอง พระเจ้าจะทรงให้ทูตแห่งความมรณาผ่านเว้นบ้านหลังนั้น ทรงช่วยเขาให้รอดจากความตาย ประชากรผู้เชื่อทั้งหลายได้รับการช่วยให้รอดด้วยลูกแกะหนึ่งตัว และจากนั้น เราเห็นลูกแกะหนึ่งตัวอีกครั้งจากพระธรรมเลวีนิติ และทุกปี ปุโรหิตจะนำลูกแกะหนึ่งตัวมาและ ถวายเป็นเครื่องบูชาแทนความผิดบาปของคนที่เชื่อในพระเจ้า คนๆหนึ่งก็ได้รับการช่วยให้รอดด้วยลูกแกะ หนึ่งตัวเช่นเคย ดังนั้นตอนนี้ คือคำถามที่ว่า เมื่อ2000 กว่าปีมาแล้ว พระเยซูลูกแกะของพระเจ้า ได้ถูกแขวนไว้บนไม้ กางเขน ทรงให้ชีวิตของพระองค์แก่คุณ เราได้รับการบอกเล่าที่ชัดเจนว่า “ พระเจ้าได้ทรงสำแดงความรัก ของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา”(โรม 5:8)

คำถามที่ 5 ถ้าหากว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและทรง ถูกฝังไว้สามวัน นั่นหมายถึงว่า พระเจ้าสิ้นพระชนม์อยู่สามวันอย่างนั้นหรือ?

นี่เป็นคำถามที่ดีทีเดียว การอธิบายโดยใช้ตัวอย่างนี้ จะช่วยตอบคำถามข้างบนได้เป็นอย่างดี

สมมติว่า เรามีแจกันอยู่ใบหนึ่งซึ่งไม่มีทั้งดอกไม้หรือ น้ำอยู่ในนั้น แจกันใบนั้นมีอากาศอยู่เต็ม ทีนี้ อะไร คือความแตกต่างของอากาศข้างนอกแจกันกับอากาศ ข้างในแจกันกันล่ะ? อากาศข้างในแจกันมีรูปทรง ใช่ไหม? ส่วนประกอบของอากาศข้างในและข้างนอกแจกันนั้นเหมือนกันแต่ต่างกันที่ว่า อากาศข้างในแจกันนั้นมีรูปทรง ถ้าเราเอาแจกันอันนั้นขว้างเข้าใส่ผนังห้อง แล้วเกิดอะไรขึ้นกับอากาศข้างในแจกันนั้น? อากาศมันตายไหม? ไม่ใช่แน่ อากาศจะตายไม่ได้ แจกันที่ถูกขว้างสามารถที่จะแตกเป็นพันๆชิ้นได้แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับอากาศ ในแจกันนั้น มันแค่สูญเสียรูปทรงของมันเท่านั้นเมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั้น ร่างกายของพระองค์เท่านั้นที่ตาย แต่พระวิญญาณของพระเยซู หรือที่เรียกว่าพระวิญญาณของพระเจ้าไม่มีทางตาย พระเจ้าได้ทรงสวมสภาพของมนุษย์โดยทางของพระเยซู พระองค์ทรงสวมรูปร่างของมนุษย์ แต่พระเยซูก็ไม่เคยที่จะเป็นเพียงแค่มนุษย์เท่านั้น

บนไม้กางเขน พระเยซูได้ทรงจ่ายแทนค่าความผิดบาปของเรา และทรงนำสิ่งที่กั้นขวางระหว่างเรากับ พระเจ้าออกไป และโดยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เรากลับมามีสันติสุขกับพระเจ้าได้อีกครั้งและความรักของพระเจ้าก็ได้สำแดงออกอย่างเต็มที่ในการที่พระเยซู ได้ทรงให้ชีวิตของพระองค์เป็นค่าไถ่เพื่อเราอย่างเต็มพระทัย

คำถามที่ 6 ทำไมเราจึงไม่ถือว่าพระเยซูเป็นเพียงผู้เผยพระวจนะเท่านั้นล่ะ?

มีพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น และสิ่งเหล่านี้คือที่เรารู้ เกี่ยวกับพระเจ้า

พระเจ้าทรงเป็นนิรันดร์ - ทรงดำรงอยู่เสมอ ทรงดำรงอยู่ ในปัจจุบัน และจะดำรงอยู่เสมอไป
พระเจ้าทรงบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ - ปราศจากข้อผิดพลาด ทรงสมบูรณ์แบบ
พระเจ้าทรงเป็นความจริง - พระดำรัสของพระองค์ดำรง อยู่เสมอ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นความจริงที่ยึดถือได้
พระเจ้าทรงเป็นปัจจุบัน – ทรงอยู่ทุกหนแห่ง และอยู่ ตลอดเวลา
พระเจ้าทรงฤทธานุภาพ - ฤทธานุภาพของพระองค์ ไม่มีขอบเขตจำกัด
พระเจ้าทรงสัพพัญญู - ทรงทราบทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่เสมอตลอดเวลา
พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง - ไม่มีสิ่งใดซึ่งเป็นอยู่ ที่พระองค์มิได้ทรงสร้าง

มีพระเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียวและสิ่งที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นก็เป็นความจริงเกี่ยวกับพระองค์ เราทราบสิ่งนี้ เพราะพระคัมภีร์ได้เปิดเผยให้เรารู้ว่าสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้วเป็นความจริงแห่งพระเจ้า พระคัมภีร์ยังแสดงให้เราเห็นว่า พระเยซูเองก็ทรงมีพระลักษณะทั้งสิ้นเหล่านี้แห่งพระเจ้าในพระองค์เองด้วย และเป็นเช่นเดียวกันในพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า ยกตัวอย่างในเรื่องของความเป็นนิรันดร์

พระคัมภีร์ได้กล่าวเกี่ยวกับพระเยซูเอาไว้ว่า “ในปฐมกาลพระองค์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า พระเจ้าทรงสร้างสิ่ง ทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ”(ยอห์น1:2-3)

พระคัมภีร์ได้พูดเอาไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับพระเจ้าพระบุตร พระเจ้าพระบิดา และพระเจ้าพระวิญญาณ บริสุทธิ์ แต่ก็ได้พูดเอาไว้อีกว่า มีพระเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ถ้าเราจะเขียนเป็นสูตรทาง คณิตศาสตร์ มันจะไม่ใช่ 1+1+1=3 แต่เป็น 1x1x1=1 พระเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียว

พระเยซูตรัสว่า การรู้จักพระองค์ก็คือการรู้จักพระเจ้า การได้เห็นพระองค์คือการได้เห็นพระเจ้า การเชื่อในพระองค์ก็คือการเชื่อในพระเจ้านั้นเอง

 ผม มีคำถาม หรือ ความคิดเห็น
 วิธีที่จะเริ่มต้นมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า

แชร์ต่อกับคนอื่น:
WhatsApp Share Facebook Share Twitter Share Share by Email More